แนะนำระบบฐานข้อมูล 1
Published by Admin on 5/10/2011 (1756 reads)
แนะนำระบบฐานข้อมูล 1
บล็อกรายการนี้ได้มาจากการสรุปเนื้อหาที่ผมใช้บรรยายในวิชาระบบฐานข้อมูลของนักศึกษาปริญญาโท ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อที่เกี่ยวข้องดังนี้
ความหมายของฐานข้อมูล
ความสำคัญของการออกแบบฐานข้อมูล
การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้ในองค์กร
ความหมายของฐานข้อมูล (Database)
ฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มหรือชุดของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันที่ผ่านการออกแบบและนำมาเก็บรวบรวมกันอย่างมีระบบ
ตัวอย่างของชุดข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ เช่น ในร้านขายหนังสือแห่งหนึ่งมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลรายการสินค้าและประเภทของสินค้า ซึ่งแสดงไว้ในรูปที่ 1

รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างชุดของข้อมูลที่ความสัมพันธ์
จากรูปที่ 1 ที่แสดงตัวอย่างชุดข้อมูลและความสัมพันธ์ของข้อมูล (ให้เส้นเป็นสัญลักษณ์แทนความสัมพันธ์ของข้อมูล) 2 ความสัมพันธ์ ดังนี้
ความสัมพันธ์ที่ 1 ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายในตารางเดียวกัน (Reflexive relationship หรือ Unary relationship) ให้ความหมายว่าประเภทของสินค้า 1 ประเภทอาจจะจัดอยู่ในประเภทหลัก (ใหญ่กว่า) ยกตัวอย่างเช่น ประเภท MAX-FOOD หมายถึง สินค้าประเภท(หลัก) นิตยสาร ประเภท(ย่อย) อาหาร เพราะในแถวข้อมูล MAX-FOOD เราจะพบว่าในคอลัมภ์ “ประเภทหลัก” มีค่า MAX หรือข้อมูลประเภทสินค้า BOOK-COMP เป็นสินค้าประเภท(หลัก) หนังสือ ประเภท (ย่อย) คอมพิวเตอร์ เพราะในแถวข้อมูล BOOK-COMP เราจะพบว่าในคอลัมภ์ “ประเภทหลัก” มีค่า BOOK
ความสัมพันธ์ที่ 2 ความสัมพันธ์ของข้อมูล 2 ตาราง (Binary relationship) คือ สินค้าและประเภท โดยมีความหมายว่าสินค้าแต่ละรายการจะถูกจัดอยู่ในประเภทของสินค้าประเภทต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าหมายเลข: P001 ชื่อสินค้า: Computer Tomorrow ราคา 100.00 บาท จัดอยู่ในประเภท MAX-COMP ถ้าเรานำรหัสประเภท MAX-COMP ไปเทียบในตารางประเภท เราจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกันคือ MAX-COMP เป็นสินค้าประเภทนิตยสาร (MAX) ในประเภทย่อย คอมพิวเตอร์ นั่นเอง
ความสำคัญของการออกแบบฐานข้อมูล
(ในบล็อกรายการนี้ยังไม่แสดงหลักการและวิธีการในออกแบบฐานข้อมูล กรุณาติดตามในบล็อกต่อไปครับ) การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้จะต้องผ่านกระบวนการในการออกแบบฐานข้อมูลอย่างถูกต้องก่อน ซึ่งการออกแบบฐานข้อมูลที่ถูกต้องนั้นจะต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Data redundancy)
ลดความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล (Data inconsistency)
รักษาความมั่นคงของข้อมูล (Data Integrity)

รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างชุดของข้อมูลออกแบบไม่ถูกต้อง
จากตัวอย่างของข้อมูลในรูปที่ 2 แสดงให้เห็นว่าข้อมูลสินค้าและประเภทสินค้าถูกรวมอยู่ในตารางเดียวกัน สิ่งที่ไม่ถูกต้องจากการออกแบบโครงสร้างในลักษณะนี้คือ
เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ที่คอลัมภ์ “ชื่อประเภท” ถ้าหากเรามีข้อมูลสินค้า MAX-COMP จำนวนหลายหมื่นรายการ ข้อมูล “นิตยสาร คอมพิวเตอร์” จะมีหลายหมื่นรายการด้วยเช่นเดียวกัน ผลเสียที่เกิดขึ้นคือเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล
เกิดความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล สังเกตที่รายการสินค้า P001, P002 และ P004 สินค้าทั้ง 3 รายการ จัดอยู่ในประเภท MAX-COMP ทั้งสิ้น แต่ชื่อประเภทกลับขัดแย้งกันเอง บางรายการแสดงค่า MAX-COMP เป็น “นิตยสาร คอมพิวเตอร์” แต่บางรายการเป็น “หนังสือ คอมพิวเตอร์”
การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้ในองค์กร
จากหัวข้อที่ผ่านมาได้แสดงความหมายของฐานข้อมูลไว้ว่า กลุ่มหรือชุดของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันที่ผ่านการออกแบบและนำมาเก็บรวบรวมกันอย่างมีระบบ ชุดข้อมูลดังกล่าวจะถูกแบ่งแยกออกเป็นตารางมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบงาน โดยฐานข้อมูลที่ออกแบบสำหรับองค์กรนั้นจะสามารถแบ่งปัน (Share) ข้อมูลให้ผู้ใช้ในหน้าที่ต่างๆ ซึ่งความต้องการข้อมูลของผู้ใช้จะแตกต่างกันออกไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังรูปที่ 3

รูปที่ 3 แสดงมุมมองของผู้ใช้ฐานข้อมูล
จากรูปที่ 3 แสดงให้เห็นว่าพนักงานในฝ่ายการตลาดมีความต้องการข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้สำหรับการติดต่อประชาสัมพันธ์ และต้องการใช้ข้อมูลสินค้าเพื่อนำไปเสนอขายให้กับลูกค้า ซึ่งความต้องการข้อมูลของผู้ใช้แต่ละประเภทที่ได้อธิบายนั้น เราเรียกว่า มุมมอง (View)
ขอจบเนื้อหาของบล็อกไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ โดยผมจะเขียนหัวข้อต่อเนื่องที่จะอธิบายเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล (Database system) และหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ในรายการต่อไป
ขากเว็บ http://www.bananacode.net/archives/232
บล็อกรายการนี้ได้มาจากการสรุปเนื้อหาที่ผมใช้บรรยายในวิชาระบบฐานข้อมูลของนักศึกษาปริญญาโท ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อที่เกี่ยวข้องดังนี้
ความหมายของฐานข้อมูล
ความสำคัญของการออกแบบฐานข้อมูล
การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้ในองค์กร
ความหมายของฐานข้อมูล (Database)
ฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มหรือชุดของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันที่ผ่านการออกแบบและนำมาเก็บรวบรวมกันอย่างมีระบบ
ตัวอย่างของชุดข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ เช่น ในร้านขายหนังสือแห่งหนึ่งมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลรายการสินค้าและประเภทของสินค้า ซึ่งแสดงไว้ในรูปที่ 1
รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างชุดของข้อมูลที่ความสัมพันธ์
จากรูปที่ 1 ที่แสดงตัวอย่างชุดข้อมูลและความสัมพันธ์ของข้อมูล (ให้เส้นเป็นสัญลักษณ์แทนความสัมพันธ์ของข้อมูล) 2 ความสัมพันธ์ ดังนี้
ความสัมพันธ์ที่ 1 ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นภายในตารางเดียวกัน (Reflexive relationship หรือ Unary relationship) ให้ความหมายว่าประเภทของสินค้า 1 ประเภทอาจจะจัดอยู่ในประเภทหลัก (ใหญ่กว่า) ยกตัวอย่างเช่น ประเภท MAX-FOOD หมายถึง สินค้าประเภท(หลัก) นิตยสาร ประเภท(ย่อย) อาหาร เพราะในแถวข้อมูล MAX-FOOD เราจะพบว่าในคอลัมภ์ “ประเภทหลัก” มีค่า MAX หรือข้อมูลประเภทสินค้า BOOK-COMP เป็นสินค้าประเภท(หลัก) หนังสือ ประเภท (ย่อย) คอมพิวเตอร์ เพราะในแถวข้อมูล BOOK-COMP เราจะพบว่าในคอลัมภ์ “ประเภทหลัก” มีค่า BOOK
ความสัมพันธ์ที่ 2 ความสัมพันธ์ของข้อมูล 2 ตาราง (Binary relationship) คือ สินค้าและประเภท โดยมีความหมายว่าสินค้าแต่ละรายการจะถูกจัดอยู่ในประเภทของสินค้าประเภทต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าหมายเลข: P001 ชื่อสินค้า: Computer Tomorrow ราคา 100.00 บาท จัดอยู่ในประเภท MAX-COMP ถ้าเรานำรหัสประเภท MAX-COMP ไปเทียบในตารางประเภท เราจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกันคือ MAX-COMP เป็นสินค้าประเภทนิตยสาร (MAX) ในประเภทย่อย คอมพิวเตอร์ นั่นเอง
ความสำคัญของการออกแบบฐานข้อมูล
(ในบล็อกรายการนี้ยังไม่แสดงหลักการและวิธีการในออกแบบฐานข้อมูล กรุณาติดตามในบล็อกต่อไปครับ) การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้จะต้องผ่านกระบวนการในการออกแบบฐานข้อมูลอย่างถูกต้องก่อน ซึ่งการออกแบบฐานข้อมูลที่ถูกต้องนั้นจะต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Data redundancy)
ลดความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล (Data inconsistency)
รักษาความมั่นคงของข้อมูล (Data Integrity)
รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างชุดของข้อมูลออกแบบไม่ถูกต้อง
จากตัวอย่างของข้อมูลในรูปที่ 2 แสดงให้เห็นว่าข้อมูลสินค้าและประเภทสินค้าถูกรวมอยู่ในตารางเดียวกัน สิ่งที่ไม่ถูกต้องจากการออกแบบโครงสร้างในลักษณะนี้คือ
เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ที่คอลัมภ์ “ชื่อประเภท” ถ้าหากเรามีข้อมูลสินค้า MAX-COMP จำนวนหลายหมื่นรายการ ข้อมูล “นิตยสาร คอมพิวเตอร์” จะมีหลายหมื่นรายการด้วยเช่นเดียวกัน ผลเสียที่เกิดขึ้นคือเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล
เกิดความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล สังเกตที่รายการสินค้า P001, P002 และ P004 สินค้าทั้ง 3 รายการ จัดอยู่ในประเภท MAX-COMP ทั้งสิ้น แต่ชื่อประเภทกลับขัดแย้งกันเอง บางรายการแสดงค่า MAX-COMP เป็น “นิตยสาร คอมพิวเตอร์” แต่บางรายการเป็น “หนังสือ คอมพิวเตอร์”
การนำระบบฐานข้อมูลมาใช้ในองค์กร
จากหัวข้อที่ผ่านมาได้แสดงความหมายของฐานข้อมูลไว้ว่า กลุ่มหรือชุดของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันที่ผ่านการออกแบบและนำมาเก็บรวบรวมกันอย่างมีระบบ ชุดข้อมูลดังกล่าวจะถูกแบ่งแยกออกเป็นตารางมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบงาน โดยฐานข้อมูลที่ออกแบบสำหรับองค์กรนั้นจะสามารถแบ่งปัน (Share) ข้อมูลให้ผู้ใช้ในหน้าที่ต่างๆ ซึ่งความต้องการข้อมูลของผู้ใช้จะแตกต่างกันออกไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังรูปที่ 3
รูปที่ 3 แสดงมุมมองของผู้ใช้ฐานข้อมูล
จากรูปที่ 3 แสดงให้เห็นว่าพนักงานในฝ่ายการตลาดมีความต้องการข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้สำหรับการติดต่อประชาสัมพันธ์ และต้องการใช้ข้อมูลสินค้าเพื่อนำไปเสนอขายให้กับลูกค้า ซึ่งความต้องการข้อมูลของผู้ใช้แต่ละประเภทที่ได้อธิบายนั้น เราเรียกว่า มุมมอง (View)
ขอจบเนื้อหาของบล็อกไว้เพียงเท่านี้ก่อนครับ โดยผมจะเขียนหัวข้อต่อเนื่องที่จะอธิบายเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล (Database system) และหน้าที่ของระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) ในรายการต่อไป
ขากเว็บ http://www.bananacode.net/archives/232
| Navigate through the articles | |
ระบบการจัดการบทความ (AMS) 3.00 SEO สุดท้ายออก! (xoops)
|
องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล 2
|
|
ข้อเสนอแนะเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ทางเว็บไม่มีส่วนรับผิดชอบในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
|
























